รู้จัก ไมเนอร์ ฟู้ด

ไมเนอร์ ฟู้ดคือหนึ่งในผู้ดำเนินงานธุรกิจร้านอาหารและบริการฟาสต์ฟู้ดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยจำนวนร้านอาหารมากกว่า 2,200 ร้านที่เปิดทำการใน 27 ประเทศทั่วโลก ในฐานะผู้บุกเบิกที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารให้ก้าวล้ำด้วยการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ไมเนอร์ ฟู้ดจึงเป็นธุรกิจที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความหลงใหลแน่วแน่ในการส่งมอบบริการตามคำสัญญาว่าจะสร้างมื้ออาหารที่ดีที่สุดและบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยม เพื่อเป้าหมายสำคัญสูงสุด คือการเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารระดับโลกที่สร้างความประทับใจไม่สิ้นสุด

ไมเนอร์ ฟู้ด เรายอมรับในสิ่งเดียวคือความสมบูรณ์แบบ เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะมีช่วงเวลาที่น่าจดจำในร้านอาหารของเรา เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ดำเนินงานแบรนด์ร้านอาหารระดับโลก และได้รับการยอมรับจากแบรนด์ร้านอาหารทั่วโลก จากผลงานการดำเนินงานร้านอาหารของเราที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบันประกอบด้วย เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เล่อร์, แดรี่ควีน, เบอร์เกอร์คิง, ไทยเอ็กซ์เพรส, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช เบนิฮานา รวมถึงร้านอาหารที่อยู่ภายใต้เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์นมในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท ไมเนอร์ ชีส จำกัด (MCL) และ บริษัท ไมเนอร์ แดรี่ จำกัด (MDL) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายหลักให้กับร้านอาหารภายใต้เครือไมเนอร์ ฟู้ด อีกทั้งยังให้บริการกลุ่มบริษัทผู้ดำเนินงานร้านอาหารที่อยู่นอกเครือทั้งในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคอีกด้วย

วิสัยทัศน์

เป็นผู้นำในธุรกิจอาหารที่สร้างคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ประวัติไมเนอร์ ฟู้ด

1980

ก่อตั้งไมเนอร์ ฟู้ด 

ไมเนอร์ ฟู้ดก่อตั้งขึ้นในปี 1980 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแนะนำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์อเมริกันให้คนไทยได้รู้จัก เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ที่การกินอาหารจานด่วนให้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ด้วยปัจจัยสำคัญในช่วงเวลานั้นคือการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนคนไทยที่เริ่มรับเอาวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตกเข้ามามากขึ้น บิล ไฮเน็ค (Bill Heinecke) จึงเริ่มก่อตั้งไมเนอร์ ฟู้ด ด้วยการ เปิดตัวร้านพิซซ่าแห่งแรกของบริษัทในประเทศไทย จนเมื่อพิซซ่าถาดแรกถูกเสิร์ฟ คนไทยก็ได้รู้จักกับช่วงเวลาสุดพิเศษว่าไม่มีอะไรที่สามารถเติมเต็มมื้ออาหารได้ดีไปกว่าพิซซ่าอบร้อนที่มีรสชาติกลมกล่อมจากวัตถุดิบหลากหลาย ท้อปปิ้งด้านบนแป้งหนานุ่มที่อบอวลไปด้วยรสชาติแสนอร่อยไม่รู้ลืม

1986

ขยายสาขาร้านสเวนเซ่นส์

หลังจากได้สิทธิแฟรนชายส์ร้านไอศกรีมชื่อดังอย่างสเวนเซ่นส์จากซาน ฟรานซิสโก ในวันนี้สเวนเซ่นส์เป็นแบรนด์ไอศกรีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แน่นอนว่าไมเนอร์ ฟู้ดคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ร้านสเวนเซ่นส์ทุกสาขาช่วยสร้างความสุขให้กับคนทุกวัยผ่านถ้วยไอศกรีมซันเดย์หน้าตาชวนรับประทานและรสชาติชวนฝัน ทั้งไอศกรีมหลายสกู้ปที่อยู่รวมกับในถ้วยกับเชอร์รี่รสหวานและท้อปปิ้งที่ทุกคนจดจำ เพราะหนึ่งในภารกิจสำคัญของสเวนเซ่นส์ก็คือการสร้างความประทับใจที่ทำให้ลูกค้าทุกคนได้เป็นเจ้าของช่วงเวลาแห่งความพิเศษด้วยรสชาติแสนอร่อย ส่งต่อความสุขที่ไม่มีวันละลาย.

1989

ริเริ่มธุรกิจเดลิเวอรี่อาหาร

เพราะเข้าใจดีว่าผู้บริโภคชาวไทยนั้นเริ่มมีความต้องการที่จะรับประทานอาหารที่บ้านมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับช่วงเวลาเร่งด่วน ไมเนอร์จึงเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจเดลิเวอรี่อาหารในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากบริการส่งพิซซ่าเพื่อตอบรับกับความหิวด้วยเมนูโปรดตามต้องการ เสิร์ฟกลิ่นหอมและรสชาติที่กระตุ้นความมีชีวิตชีวาได้ทันท่วงที พิซซ่าปรุงสดใหม่และส่งถึงหน้าบ้านพร้อมอุ่นไอร้อนในถาดสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน

1992

  • ก่อตั้งบริษัท ไมเนอร์ ชีส จำกัด และ บริษัท ไมเนอร์ แดรี่ จำกัด พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โรงงานผลิตที่ทันสมัย มั่นใจได้ในคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และการควบคุมต้นทุนการผลิตวัตถุดิบหลักสำหรับร้านอาหารในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ถูกนำไปใช้ในร้านอาหารอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการการันตีได้ว่าลูกค้าของเราจะรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพดีที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผล
  • เปิดตัวซิซซ์เล่อร์ หลังจากการเปิดตัวซิซซ์เล่อร์สาขาแรกที่ถนนทองหล่อให้คนไทยได้รู้จัก ซิซซ์เล่อร์ยังคงเป็นร้านอาหารที่คัดสรรเมนูมาพร้อมเสิร์ฟ เนื้อย่างสไตล์ตะวันตกพร้อมเติมเต็มมื้ออาหารด้วยรสชาติล้ำเลิศ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสเต็ก ซี่โครง อาหารทะเล เบอร์เกอร์ หรือจะเลือกเมนูผสมก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ยังมีบริการสลัดบาร์ที่เลือกตักได้ด้วยตัวเอง ซุป สลัด พาสต้า ผลไม้ และของหวาน ทั้งหมดนี้พร้อมเสิร์ฟในราคาเข้าถึงได้ ทำให้ซิซซ์เล่อร์พิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป็นร้านอาหารสลัดบาร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย สังเกตได้จากคิวที่ยาวในช่วงตอนเย็นและวันหยุด

1996

เปิดตัวแดรี่ ควีน

เพราะรู้ดีว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อนและไอศกรีมก็เป็นความเพลิดเพลินที่ช่วยดับร้อนของใครหลายๆ คน ไมเนอร์ ฟู้ดเปิดตัวแดรี่ ควีน หนึ่งในแบรนด์ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟที่ดีที่สุดในโลกให้คนไทยได้รู้จัก จัดหาไอศกรีมรสอร่อย ไม่ว่าจะเป็นบลิซซาร์ด เมนูโปรด ไอศกรีมสไตล์มิลค์เชคที่นำไอศกรีมสดมาผสมและเสิร์ฟถ้วยแบบกลับหัว พร้อมด้วยท้อปปิ้งหลากหลายที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างไส้กรอกและรายการเครื่องดื่มดับกระหาย ประกอบกับหน้าร้านที่ทุกคนจดจำได้ และมั่นใจได้เลยว่าผู้ที่เข้ามาต่อแถวซื้อแดรี่ควีนทุกคนนั้นจะเดินออกไปพร้อมความสุขอย่างแน่นอน

2000

เปิดตัวเบอร์เกอร์ คิง

หลังจากการแนะนำ เบอร์เกอร์ คิง ให้คนไทยได้รู้จักในฐานะแบรนด์เบอร์เกอร์ระดับโลกที่ทุกคนจำได้จาก “วอปเปอร์” เบอร์เกอร์ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสชาติกลมกล่อม เนื้อที่ผ่านการย่างด้วยความร้อนกำลังดีเพื่อรอการลิ้มรส เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้สองมือในการจับเพื่อสัมผัสกับรสชาติเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ชีส ผักกาดที่ห่อหุ้มไว้ภายใต้เนื้อขนมปังหอมงา สอดไส้แต่ละชั้นด้วยซอสสูตรเฉาพะ ทั้งหมดนี้ผสมเป็นสูตรที่ทำให้ชื่อของเบอร์เกอร์ คิงก้าวขึ้นเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของคนไทย สร้างความพึงพอใจที่ยากจะวางลงในแต่ละคำ และต้องสั่งชิ้นที่สองเพื่อสร้างความรู้สึกอร่อยอย่างต่อเนื่อง

2001

สร้างแบรนด์ของตัวเอง

ไมเนอร์ ฟู้ด เปิดตัวแบรนด์พิซซ่า เดอะ พิซซ่า คอมพานี ในปี 2001 สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยเมนูพิซซ่าที่สดใหม่สำหรับคนรักพิซซ่าทุกคน สดตรงจากเตาด้วยท้อปปิ้งตามสั่งกว่า 30 รายการ เลือกโรยหน้าด้วยท้อปปิ้งที่เลือกได้ ไม่ว่าจะชื่นชอบพิซซ่ารสชาติหนักแน่นและมากกว่าพิซซ่ารายอื่นๆ นับเป็นการเลือกรสชาติที่น่าตื่นเต้น สัมผัสของชีสที่ผสมเข้าไปกับเนื้อแป้ง หยุดเสียงท้องร้องที่ลูกค้าจะไม่ลืมประสบการณ์ในทุกถาดที่เสิร์ฟอย่างแน่นอน

2005

ก้าวแรกเริ่มลงทุนในต่างประเทศ

เพื่อที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจให้มีความหลากหลายและเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจสู่ความยั่งยืน ไมเนอร์ ฟู้ดตัดสินใจลงทุนในต่างประเทศเป็นครั้งแรกในประเทศจีน ขยายขอบเขตเข้าสู่ตลาดที่กำลังการเติบโตและมีความท้าทายมากขึ้น

2006

ลงทุนในบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด

ไมเนอร์ ฟู้ดตัดสินใจลงทุนร่วมกับบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด บริษัทผู้ก่อตั้งและดำเนินงานร้านอาหารไทยภายใต้ชื่อ S&P ผู้ผลิตอาหารไทยคุณภาพดีและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ส่งจัดจำหน่ายทั่วประเทศไทย รวมถึงสาขาทั่วโลกภายใต้ชื่อแบรนด์ที่แตกต่างกันไป

2008

ลงทุนเพิ่มเติมในแบรนด์ร้านอาหารต่างชาติ

การลงทุนครั้งใหญ่ในแบรนด์ร้านอาหารระดับนานาชาติ ทั้งเดอะ คอฟฟี่ คลับ ร้านกาแฟสาขาที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ด้วยสาขากว่า 450 สาขาใน 10 ประเทศ และมีผู้บริโภคมากกว่า 40 ล้านคนในปัจจุบัน ด้วยแนวคิดใหม่ในการสร้างสรรค์เมนู ทำให้ทุกรายการอาหารนั้นพิเศษและมีความหมาย นอกจากนี้ยังมี ไทยเอ็กซ์เพรส เครือร้านอาหารไทยโมเดิร์นที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ ร้านอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารทันสมัยที่รุ่มรวยไปด้วยรสชาติแบบไทยแท้ ภายใต้บรรยากาศร้านสไตล์โมเดิร์นที่ให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน

2011

ขยายการลงทุนให้หลากหลาย

นอกเหนือจากการลงทุนในเดอะ คอฟฟี่ คลับแล้ว ไมเนอร์ ฟู้ดยังเลือกลงทุนในริบส์ แอนด์ รัมปส์ ร้านสเต็กสัญชาติออสเตรเลียที่มีชื่อเสียง ด้วยเนื้อซี่โครงที่หมักตามระยะเวลาจนได้รสชาติอันเพอร์เฟกต์ เนื้อสเต็กชิ้นใหญ่ ปรุงให้เลิศรสด้วยซอสสูตรพิเศษ ย่างไฟความร้อนพอเหมาะเพื่อขับรสชาติที่ดีที่สุดของเนื้อ เติมความอร่อยด้วยซอสบาร์บีคิวที่เคลือบเนื้อไว้ในระดับกำลังดีเพื่อสัมผัสและรสชาติของเนื้อ การคัดเลือกอย่างพิถีพิถันด้วยมือเพื่ออาหารที่พร้อมเสิร์ฟทุกจานอย่างดีที่สุด สร้างช่วงเวลาแห่งความรักและความใส่ใจด้วยมื้ออาหารที่ประกอบด้วยเนื้อซี่โครงและสเต็ก

2012

  • เปิดธุรกิจร้านอาหารในจีน ไมเนอร์ ฟู้ดประสบความสำเร็จในการเปิดตัวธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีน ด้วยการลงทุนในธุรกิจร้านอาหาร ริเวอร์ไซด์ แอนด์ คอร์ทยาร์ด แบรนด์ร้านอาหารจานปลาสไตล์เสฉวนบาร์บีคิว รสชาติแบบดั้งเดิม ผสมผสานเข้ากับวิธีการปรุงแบบสไตล์คันทรี่ พร้อมการบริการและการตกแต่งแบบทันสมัย ซึ่งทำให้ร้านนี้เป็นร้านที่สร้างประสบการณ์การกินอาหารแบบเหนือระดับ

2013

สร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท Al Nasser Holdings LLC. จำกัด

ไมเนอร์ ฟู้ดตัดสินใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท Al Nasser Holdings LLC. จำกัด กลุ่มธุรกิจที่มีความหลากหลายซึ่งเป็นเครือเดียวกับกลุ่มบริษัทกัลฟ์ (Gulf)

2014

  • เข้าถือหุ้นกลุ่มบริษัท VGC 70% บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้เข้าถือหุ้นเพิ่ม 70% ของกลุ่มบริษัท VGC ซึ่งประกอบด้วยร้านกาแฟ Veneziano Coffee Roaster และร้านอาหารเดอะ กรูฟ เทรน และคอฟฟี่ ฮิต ที่ดำเนินงานภายใต้บริษัท Minor DKL Food Group ในออสเตรเลีย
  • ก่อตั้งกิจการร่วมกับบริษัท เบรดทอล์ค กรุ๊ป จากสิงคโปร์ ภายใต้ชื่อ BTM Thailand เพื่อดำเนินธุรกิจร้านเบเกอรี่ร่วมกันภายใต้ชื่อ เบรดทอล์ค ในประเทศไทย โดยได้ผสมวัฒนธรรมแบบไทยเข้ากับแรงบันดาลใจระดับโลก เพื่อนำหัวใจของรสชาติระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน เบรดทอล์คภูมิใจกับชื่อเสียงที่ได้รับจากการปรุงอาหารเข้ากับสูตรนับร้อย เพื่อสร้างสรรค์รสชาติอันยอดเยี่ยมที่เข้ากับความต้องการพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้วิสัยทัศน์ของแบรนด์นั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคนึกถึงเสมอเมื่อนึกถึงเบเกอรี่
  • เปิดตัวสถาบันสอนทำอาหาร เพื่อส่งออกอาหารไทยสู่ครัวโลก บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด ร่วมมือกันเปิดสถาบันสอนทำอาหารภายใต้ชื่อ โรงเรียนการอาหารไทย เอ็ม เอส ซี. (MSC Thai Culinary School) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยที่จะได้มีเชฟที่ผ่านการอบรมเข้ามาตอบรับกับความต้องการที่มากขึ้นและช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มคนมีความสามารถในอุตสาหกรรมร้านอาหาร ทั้งร้านอาหารแบบสาขาและร้านอาหารอิสระ ตอบสนองความต้องการของโลกด้วยอาหารไทยแท้ต้นตำรับ
  • ลงทุนใน Grab Thai Food บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ลงทุนใน Grab Thai ร้านอาหารไทยจานด่วนที่ตั้งอยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ

2015

  • ขยายความสำเร็จสู่ตลาดยุโรป บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (มหาชน) และบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด โดยจะถือหุ้นฝ่ายละ 50% ลงนามข้อตกลงร่วมในการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน Patara Fine Thai Cuisine (PFTC) ในสหราชอาณาจักร โดยได้สิทธิ์ในสินทรัพย์ในการพัฒนาร้านอาหารไทย 2 ร้านคือ ภัทราและสุดา ทั้งสองเป็นร้านอาหารไทยที่เปลี่ยนแปลงผ่านการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับรสนิยมของลูกค้า โดยยังคงความหัวใจและจิตวิญญาณของอาหารไทยดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
  • เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Minor DKL Food Group จำกัด ธุรกิจร้านอาหารในออสเตรเลีย จาก 50% เป็น 70%.
  • เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในร้านริเวอร์ไซด์ ประเทศจีน จาก 49% เป็น 69.2%

2016

เปิดตัวร้านอาหารริเวอร์ไซด์ที่สิงคโปร์

2018

  • สร้างตลาดใหม่เข้าสู่ระดับโลก ไมเนอร์เข้าซื้อหุ้นกว่า 75% ในบริษัท Benihana Holdings จำกัด เปิดดำเนินการร้านอาหารเบนิฮานากว่า 20 สาขาใน 12 ประเทศทั่วยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ เพื่อสร้างผลงานที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นการนำเสนอให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายสำคัญระดับโลกของไมเนอร์ ฟู้ด
  • เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในริเวอร์ไซด์เป็น 100%

2019

เปิดตัวบริการเดลิเวอรี่ 1112

บริการเดลิเวอรี่ 1112 สำหรับแบรนด์ทั้ง 7 แบรนด์ภายใต้การดูแลของไมเนอร์ ฟู้ดในประเทศไทย ประกอบด้วยเดอะ พิซซ่า คอมพานี, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เล่อร์, เบอร์เกอร์คิง, แดรี่ควีน, เดอะ คอฟฟี่ คลับ และไทยเอ็กซ์เพรส ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และโทรศัพท์สายด่วน

วัฒนธรรมองค์กรของธุรกิจไมเนอร์ ฟู้ด

วัฒนธรรมองค์กร

What Does It Take to Unlock Impossibilities?

เพื่อจะลงมือทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องมีแรงขับเคลื่อน แรงผลักดันที่จะไขว่คว้าโอกาส ความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น รวมถึงความมุ่งมั่นที่แน่วแน่

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ไมเนอร์ ฟู้ดเป็นอย่างที่เป็นในวันนี้ ค่านิยมร่วมที่ได้ขยายครอบคลุมไปมากกว่าการเป็นเรื่องส่วนบุคคลให้กลายเป็นเรื่องของทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ทีมผู้บริหารไมเนอร์ ฟู้ดและทีมงานยังพัฒนาเป้าหมายร่วมที่มีพื้นฐานอยู่บนความเคารพและจริยธรรมการทำงานที่เท่าเทียม สนับสนุนทุกฝ่ายเพื่อให้แน่ใจได้ว่าทุกคนนั้นจะบรรลุเป้าหมายไปร่วมกันได้ เหนือสิ่งอื่นใด พวกเราภาคภูมิใจที่ยืนยันได้ว่านี่คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา

Minor Food. Drive that unlocks impossibilities.

วัฒนธรรมองค์กรไมเนอร์ ฟู้ด

4 ลักษณะที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรของไมเนอร์ ฟู้ด

  • คิดอย่างเป็นผู้ประกอบการ ลงมือทำอย่างเป็นมืออาชีพ

    มีความคิดเฉกเช่นผู้ประกอบการและลงมือปฏิบัติเหมือนกับมืออาชีพ

  • มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

    มีความสามารถในการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและทำให้เป็นภาพที่ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่จะทำให้ความเป็นไปได้นั้นกลายเป็นจริง

  • ทำงานกับคนที่ดีที่สุด

    เลือกคนที่จะทำงานร่วมกันอย่างตั้งใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานกับคนที่ช่วยทำให้วิสัยทัศน์ของบริษัทนั้นเกิดขึ้นจริงและสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้

  • สร้างไว้ซึ่งตำนาน

    ไมเนอร์ ฟู้ดคือการรวมตัวกันของกลุ่มคนและทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและต้องการขับเคลื่อนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ด้วยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างตำนานไว้ให้คนรุ่นหลังและสังคมในอนาคต

ค่านิยมขององค์กรไมเนอร์ ฟู้ด

ความเชื่อหลักขององค์กร

  • มุ่งเน้นที่ลูกค้า

    ลูกค้ามาก่อนเสมอ นี่คือความเชื่อของเราที่ปรากฏอยู่ในทุกสิ่งที่พวกเราทำในทุกวัน

  • การทำงานต้องมีผล

    ทำงานด้วยความมุ่งมั่นและพลังด้านบวก เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะบรรลุทุกความเป็นเลิศด้วยความทุ่มเทของทุกคน

  • มุ่งมั่นพัฒนาคน

    พนักงานของเราได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพสูงสุดของตัวเอง มีโอกาสได้ท้าทายสิ่งใหม่และเติบโตได้ไกลขึ้นกว่าเดิม

  • ปรับเปลี่ยนตน ปรับปรุงงาน

    ปรับปรุงงานที่กำลังทำอยู่เสมอ เพื่อเป็นการพัฒนาไปสู่คำว่าดีที่สุดในสิ่งที่ลงมือทำ

  • ประสานพันธมิตรเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน

    ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร ร่วมสร้างและแบ่งปันวิสัยทัศน์เพื่อการเติบโตและประสบความสำเร็จที่ยั่งยืน

ทีมผู้บริหาร

Jobs Search